สะตอ

ชื่อสามัญ : Pakria
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pakria speciosa Hassk.
ชื่ออื่น : ภาคกลางและภาคใต้เรียกว่า กะตอ สะตอ ยะลา-ปัตตานี เรียกว่า ปะตา ปัแต๊ะ สตูลเรียกว่า ปาไต
ถิ่นกำเนิด : ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเวีย และภาคใต้ของไทย
ฤดูกาล : ฤดูฝน

 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : สะตอเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงมากว่า 30 เมตร ลำต้นตั้งตรงสีน้ำตาลแดง กิ่งก้านอ่อนมีขนปรกคลุม ดอกสีขาวตรีม ออกเป็นช่อรวมกันเป็นกระจุก ฝักอ่อนสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีดำ เมล็ดรูปกลมรี แบน เรียงตามความยาวของฝัก สะตอที่นิยมปลูกมี 2 พันธุ์ คือ สะตอข้าวและสะตอดาน
แหล่งปลูก : พบบริเวณบนเขา และเนินเขาแถบภาคใต้และภาคตะวันออก จ.จันทบุรี

การกิน : เมล็ดและยอดอ่อนกินเป็นผักสด แกล้มอาหารรสเผ็ด เช่น น้ำพริก ขนมจีน หรือแกงไตปลา นำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่าง เช่นผัดเผ็ด ผัดเปรี่ยวหวาน แกงกะทิ ผัดใส่กุ้ง หรือนำมาดองไว้กินนานๆ
สรรพคุณทางยา : เมล็ด ช่วยให้เจริญอาหาร ขับปัสสาวะ ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน
คุณค่าอาหาร : สะตอ 100 กรัม ให้พลังงาน 130 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย เส้นใย 0.5 กรัม แคลเซียม 76 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 63 มิลลิกรัม เหล็ก 0.7มิลลิกรัม วิตามินเอ 194 iu วิตามินบี1 0.11 มิลลิกรัม วิตามินซี 6 มิลลิกรัม

แหล่งที่มา แสงแดด . ผัก 333 ชนิด คุณค่าอาหารและการกิน . กรุงเทพฯ : แสงแดด , 2548 .