![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
ลักษณะทั่วไปของดอกไม้หน้าที่ 1 .ดอกบานไม่รู้โรย ดอกเบญมาศ ดอกดาวกระจาย หน้าที่ 8 ดอก อัญชัน ดอกมะลิ ดอกหางนกยูร
หน้าที่ 2 ดอกแพงพวย ดอกรัก ดอกขิงแดง หน้าที่ 9 ดอกพุทธชาด สร้อยทอง ดอกแก้ว
หน้าที่ 3 ดอกเข็ม ดอกกุหลาบ ดอกเฟื่องฟ้า หน้าที่ 10 ราชพฤกษ์ ดาวเรือง ดอกกระดุมทอง
หน้าที่ 4 ดอก กล้วยก้ามปู ดอกเทียนหยด ดอกบานชื่น หน้าท ี่11 ดอกบัว ดอกกระดังงา ดอกคำหมั่นสัญญา
หน้าีที่5 ดอกผกากรอง ดอกตะแบกนา ดอกเข็ม หน้าที่ 12 ดอกชบา ดอกพวงชมพู ดอกเล็บมือนาง
หน้าที่ 6 ดอกยี่หุบ ดอกจำปี ดอกจำปา หน้าที่ 13 ดอกพลับพลึง ดอก ยี่โถ ดอกเทียนบ้าน
หน้าที่7 ดอกโป๊ยเซียน ดอกกาหลง ดอกพุทธรักษา หน้าที่ 14 แคแสด
หน้าที่1
บานไม่รู้โรย
เป็นไม้ดอกเมืองร้อนที่ปลูกอยู่ตามบริเวณบ้านและริมรั้วไปสามารถนำมาใช้ในงานพิธีกรรทต่างๆ แล้วยังมีการนำมาทำเป็นดอกไม้แห้งเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรม และเพื่อเก็บไว้ใช้ในฤดูกาลต่างๆได้ตลอดปี
พันธุ์ พันธุ์สตรอเบอรี่ และทีเอสเอ
การปลูก
การเพาะเมล็ด เป็นวิธีง่ายและสะดวกที่สุด เมล็ดบายไม่รู้โรย มีเปลือกหุ้มหนา ดั้งนั้นก่อนเพราะควรแช่น้ำประมาณ 3-4 ชั่วโมงเพื่อให้เปลือกหุ้มเมล็ดดูดน้ำจนชุ่มเสียก่อน แล้วจึงนำไปเพาะในกระบะเพาะ ที่มีเถ้าแกลบผสมทราย อัตรา 4 : 1 รดน้ำพอชุ่มทุกวันเมล็ดจะงอกภายใน7-10 วัน พอกล้าเริ่มมีใบจริง 1-2 คู่ก็ย้ายไปปลูกในแปลง
ระยะปลูก ใช้ระยะ30 x30 เซนติเมตร หรือ40x 40 เซนติเมตร โดยปลูกหลุมละ 1ตัน
การดูแลรักษา
การให้ปุ๋ย
ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 10 กรัม /ตันเดือนละครั้ง โดยครั้งแรกใส่หลังจากย้ายมาปลูกในแปลงประมาณ1 สัปดาห์
การให้น้ำ
บานไม่รู้โรยทนแล้งได้ดี สามารถให้น้ำสัปดาห์ละครั้ง หรือถ้าปลูกในดินทรายควรให้สัปดาห์2-3ครั้ง เวลาที่เหมาะสมในการการให้น้ำคือ เวลาในช่วงเช้าเพื่อลดการระบาดของเชื้อรา
การเด็ดยอด
เพื่อให้บานไม่รู้โรยแตกกิ่งก้านจำนวนมาก จึงมีการเด็ดยอดเมื่อต้นมีความสูงประมาณ 8- 10 นิ้ว การแตกกิ่งก้านจะมากจะเป็นการเพิ่มปริมาณดอกมาขึ้นด้วย
การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช
โรคใบจุด อาการเริ่มต้น ใบเป็นจดสีแดง หรือสีน้ำตาลแดงแล้วขยายวงกว้างออกไปลุกลาม จนเต็มใบแล้วค่อยจะแห้งไป
การป้องกันกำจัด ใช้สารเคมีป้องกันและจำกัดเชื้อราฉีดพ่น เช่น แบนเลทหรือแคปแทน
- โรคแอนแทรกโนส อาการเป็นจุดสีน้ำตาลอ่อนแผลขยายวงกว้างออกไปทำให้ใบเน่าได้
การป้องกันกำจัด ใช้สารเคมีป้องกันเชื้อราเช่น แมนโคแซบ สลับคาร์เบนดาซิม
- โรคหนอนกินใบ ลักษณะการทำลายหนอนชักใบแล้วพับเข้าหากัน พร้อมกันกินใบระบาดมากในฤดูฝน
เบญจมาศ
![]()
เบญจมาศ เป็นดอกประเภท head ซึ่งเป็นดอกที่เกิดจากการรวมดอกย่อย 2 ชนิด คือ กลีบดอกชั้นนอก ซึ่งเป็นดอกตัวเมีย ไม่มีเกศรตัวผู้ และกลีบดอกชั้นใน ซึ่งเป็นดอกสมบรูณ์เพศมีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย เบญจมาศ แยกตามประโยชน์ใช้สอยและการปลูกปฏิบัติ
พันธุ์เบญจมาศที่นิยมปลูกกันมากในปัจจุบัน ได้แก่
สีเหลือง : พันธุ์เหลืองไข่ เหลืองเขี้ยว เหลืองตาก เหลืองอินทนนท์
สีขาว : พันธุ์การะเกด ขาวตาก ขาวเกษตร นอกจากนี้ยังมีกี่นำพันธุ์ใหม่ๆจากต่างประเทศเข้ามาปลูกอีกด้วย
การขยายพันธุ์
เบญจมาศขยายพันธุ์ได้หลายวิธี เช่น เพาะเม็ด แยกหน่อ ต่อกิ่ง ปักชำ และเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อ
การปลูกและดูแลรักษา
เลือกกิ่งหรือหน่อที่มีขนาดและความสมบรูณ์ใกล้เคียงกันปลูกในแปลงเดียวกัน เพื่องายต่อการปฏิบัติบำรุงรักษาและสามารถตัดต่อพร้อมกัน ปลูกลึกประมาณ ¾ นิ้ว หากปลูกลึกเกินไปรากจะเจริญไม่ดีเพราะขาดอากาศ
การควบคุม การออกดอกของเบญจมาศ
พันธุ์เบญจมาศที่ปลูกเป็นการค้าส่วนใหญ่เป็นพวกวันสั้น คือสามารถสร้างตาดอกและเจริญเป็นดอกได้ เมื่อจำนวนแสงต่อวันหรือช่วงกลางวันน้อยกว่า 13.5 ชั่วโมง ดังนั้นเบญจมาศที่ปลูกในประเทศไทย จึงเกิดตาดอกเร็วทั้งที่ต้นเบญจมาศยังไม่สมบรูณ์เต็มที่ดอกที่ได้จึงมีคุณภาพที่ไม่ค่อย ดี ดังนั้น เพื่อเป็นการยับยั้งไม่ให้เบญจมาศอกดอกเร็ว จึงต้องมีกี่เพิ่มจำนวนแสงต่อวันให้ยาวขึ้น โดยการติดหลอดไฟฟ้าให้แสงตั้งแต่เวลา 22.00-01.00 น.
การเก็บเกี่ยว
เพื่อให้ดอกเบญจมาสมีคุณภาพที่ดี ต้องเก็บเกี่ยวในระยะที่เหมาะสม คือ เบญจมาศประเภทดอกเดี่ยวควรเก็บเกี่ยวในระยะที่ส่วนกลางของดอกยังบานไม่หมดเหลืออยู่ประมาณ 2ซม. ส่วนเบญจมาศ ประเภทดอกช่อถ้าเป็นดอกชั้นเดียวควรเก็บเกี่ยว เมื่อส่วนของกลีบชั้นใน พร้อมที่จะบาน ส่วนในดอกช่อแบบดอกซ้อน จะเก็บเกี่ยวเมื่อมีดอกซ้อน โดยใช้มีดหรือกรรไกรตัดที่โคนกิ่งแล้งแช่น้ำทันที
ดาวกระจาย
ลักษณะทั่วไป
ดาวกระจายมีพุ่มต้นสูง 3- 4 ฟุต เป็นไม้ดอกที่พบปลูกตามรั้วบ้าน และขึ้นเองทั่วไปตามริมทาง เมล็ดงอกง่ายเจริญเติบโตเร็วเมื่อต้นโตเต็มที่จะออกดอกสะพรั่งทยอยบานนาน 4- 6 สัปดาห์จากนั้นดอกจะโรยพร้อมกับติดเมล็ดเพราะดอกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่งดอกวงนอกเป็นหมันกลีบดอกมีสีต่างๆมีตั้งแต่สีชมพู ชมพูอมม่วง แดง ขาว กลีบดอกบาง มี 8 กลีบสีเหลืองถึงสมมีหลายพันธุ์เช่นพันธุ์ ดอกซ้อนมีพุ่มเตี้ย ส่วนดอกวงในเป็นดอกสมบูรณ์เพศกลีบดอกเป็นหลอดสีเหลืองปลายจักส่วนมากเป็นดอกชั้นเดียว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอก ประมาณ 3 นิ้ว
สภาพการปลูก
การขยายพันธุ์
ดาวกระจายเป็นไม้ดอกอีกชนิดหนึ่งที่ปลูกง่ายเลี้ยงง่ายและโตเร็ว สามารถขึ้นได้ในทุกที่ ๆ มีแสงแดดจัด ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน หนาวหรือฝน ขยายพันธุ์โดย การเพาะเมล็ด
การดูแลรักษา
การรดน้ำทำตามความจำเป็น เตรียมดินก่อนปลูกให้พอสมควร เมื่อต้นงอกและมีขนาดโตคือมีใบจริง 2-3 คู่ ใส่ปุ๋ยผสม 15-15-15 หรือใกล้เคียง ต้นละประมาณ 1 ช้อนชา เพียงครั้งเดียว ดาวกระจายจะงามทั้งต้นและดอก แต่มีข้อเสียนิดหน่อย คือ ดาวกระจายมีอายุค่อนข้างสั้น ออกดอก เพียง 3-4 ชุดด้นจะโทรม และตายในที่สุด จึงต้องขยันปลูกใหม่เสมอ
หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 /ผู้จัดทำ ...